enkei

enkei รีวิว

enkei ข้อผิดพลาดของล้อ Forged
1. ราคาแพง
2.มี Design ไม่ซับซ้อน
3.ซ่อมเหนื่อยยากถ้ากำเนิดความทรุดโทรม เนื่องจากว่าใช้ AL คนละตัวกะ Casting

Casting คือกระบวนการหล่อขึ้นรูปใน Mold จะใช้การไหลเข้าแบบไหนก็แล้วแต่ ถ้าเป็นแบบทั่วไปก็ใช้แนวนโยบายแรงโน้มถ่วง
หรือจะเป็นแบบ Low,high Pressure โดย Al ที่ใช้ทั่วๆไปเป็น Type Al,Si เกรด A3XXX สังกัด Element มีความต้องการที่จะ
สิ่งที่ดีของล้อ Cast
1.มูลค่าและราคาไม่มีคุณค่าและราคาที่สูง
2.มี Design ที่หลากหลาย
3.สามารถซ่อมได้
ข้อบกพร่อง
1.ความแข็งแรงสู้ Forged มิได้

enkei

 

Semi Forged คือแบบนี้เป็นแบบผสม คงจะมีการดึงเอาสิ่งที่ดี ของทั้งแบบ Cast และ Forged มารวมกัน
อาทิเช่น ส่วนของ Rim Flange ใช้ขั้นตอน Forged และก้านใช้กรรมวิธีการ Cast และนำล้อนั้นมารวมตัวกันเป็นล้อ 2 ชิ้น

Enkei คือแบบ MAT (Most Advance Technology) เป็นการผสมเวลา Casting ผสมกับ Spinning โดยการหล่อล้อมาให้มีความกว้างขวางของล้อ ascast แค่ครึ่งวง แล้วหลังจากนั้นนำไป Spinning ให้มีขนาดตามควรจะเป็น
เพื่อเพิ่มเติมความเหนียวให้กับตัวล้อ ซึ่งเดี๋ยวนี้มีล้อบางรุ่นที่เป็นล้อ OEM ก็ใช้ Process MAT อยู่

ตามด้วยนี้เลยจ้ะ น้ำหนักของแม็กแต่ละรุ่นจ้ะ ณ เวลาดูให้ดูเรียงตามนี้นะจ้ะ จะได้ไม่งง
Brand / Material Type / Size (inches) / Weight (lb.) 1 lb. = 0.4536 kg

10. ท้ายสุด พระเอกของงานนี้ครับ ล้อที่ผมคัดสรรค์ Advanti N718 หนัก 5.1 กก.
[Spoil] คลิกเพื่อดูใจความที่ซ่อนไว้

เกี่ยวกับล้อ Advanti
ภายหลังที่มีหลายคอมเม้นต์ชี้แนะล้อ Advanti มา ผมก็มานะหาข้อมูลของยี่ห้อนี้ครับผม ทั้งหาเองในเน็ต และไต่ถามจากร้านขายของ ได้ความว่า Advanti เป็นแบรนด์ในเครือ Enkei Tuning มาเลยเซีย ซึ่งโรงงานที่ผลิต Advanti มีอยู่ 5 แห่งคือมาเลย์ ไต้หวัน และในจีน 3 แห่ง ซึ่งวงที่ผมได้มานี้ทางร้านขายของบอกว่าผลิตในซูโจว (จีนนี่หว่า ><”) แต่หลักเกณฑ์เดียวกับ Enkei Tuning มาเลย์ ผมจริงโอเคกับความน่าเคารพ แล้วยังมีเสียงร่ำลือจากในเน็ตมาจากคนที่ใช้เองรับรองว่ามันทนจริง ผมเลยบันเทิงใจขึ้นอีกนิดครับ

วิชาการสึกด้านอัตราเร่ง
ล้อเดิมผมหนัก 8.5 กก. ล้อใหม่หนัก 5.1 กก. น้ำหนักที่หายไปคือ 3.4 กก. ต่อล้อนะขอรับ ข้างหลังเปลี่ยนแปลงล้อสำเร็จเรียบร้อย ใส่เกียร์ถอยไปจากร้านขายของ ผมก็รับรู้ได้ว่ามันเบาจริงอะไรจริง มีความรู้สึกว่ากดคันเร่งเท่าเดิมแต่รถพุ่งกว่าที่เคยเป็นจนรับรู้ได้ (รถผมเป็นเกียร์ทั่วไป) ข้างหลังต่อจากนั้นขับเคลื่อนกลับไปอยู่บ้านมาแบบรถติดๆ ใช้ความรวดเร็วทันใจได้ไม่สูงนักตลอดทาง 60-80 เป็นเวลาที่รวดเร็วทันใจเต็มที่แล้ว ก็ยังรู้สึกได้แน่ชัดว่ากดคันเร่งเท่าเดิมรถมันพุ่งเพิ่มขึ้น สะพานเกือกม้าสะพานเดิมที่เคยขึ้นด้วยเกียร์ 4 แล้วกดเท่านี้จะรักษาความเร็วทันใจให้เท่าเดิมไม่ลดลง ครั้งนี้กลับกลายเป็นว่าความเร็วมันค่อยๆไต่ขึ้นอย่างช้าๆ วิชาการสึกเกี่ยวกับอัตราเร่งนี้ ผมมีความคิดว่าไม่มากครับผม 3%-5% เห็นได้ชัดจะได้

วิชาความรู้สึกด้านการบังคับการบังคับรถ
วิชาการสึกคือล้อมันเบาลง พวงมาลัยก็เบาลง นำมาซึ่งการทำให้รถหน้าไวขึ้นครับ ที่นี่จะว่าถูกใจก็ไม่เชิงเยอะแค่ไหนเพราะว่ามีความคิดว่ายังไม่ค่อยชิน และในเมื่อพวงมาลัยมันเบาไป ช่วงจะเลี้ยวก็หมุนไม่ยากไป ตอนขับเคลื่อนไวๆอาจจะควรต้องมีสติมากขึ้น คงจะจำเป็นต้องเกร็งหรือใช้แรงบังคับมากขึ้นมั๊ยยังไม่ได้ทดลองครับ โค้งเดิมๆที่ผมถูกใจเล่นประจำของผมคือสะพานเกือกม้าเส้นวิภาที่กลับรถไปทางเกษตร และสะพานข้าม 5 แยกลาดพร้าว

เคล็ดลับเลือกล้อแม็ก สำหรับคนงบเล็กน้อย

Enkei ไม่มีโรงงานในไทยครับผม มีที่มาเลย์ และอื่นๆ โดยได้รับการสำรวจเช็คตามหลักเกณฑ์ Enkei Japan ทุกแห่ง เชือ่ได้เลย ว่าเกณฑ์เดียวกัน ประสิทธิภาพเท่ากันหมด

YHI เป็นเจ้าของลิขสิทธ์ Enkei ในเมืองไทย รวมทั้ง Advanti, OZ, Sparco ครับผม

ตัว SC10 เป็น Enkei Tuning สวยครับ ผมก็บรรจุ เบามากกว่า Rota เล็กน้อย แต่แข็งแรงแน่ๆครับผม

ขอบ 15 * 6.5 + 35 4รู100 ใหม่กริ๊บ

ย้อนกลับ
เชื่อว่าคนไม่ใช่น้อยอาจจะคิดเหมือนผม ซื้อรถยนต์มาหนึ่งคันแน่นอนในใจของทุกคนก็อยากจะตกแต่งรถยนต์ของท่านในสไตล์ที่ตนเองถูกใจ และโดยมากอย่างแรกที่ทุกท่านคิดจะเปลี่ยนก็คือล้อแม็ก เนื่องจากอยากที่จะได้ลายที่ตัวเองถูกใจ ลงมือค้นหาในอินเตอร์เน็ตชมลายที่ชอบ และลายที่ได้รับความนิยมตลอดไป โอ้โห ! ราคามันโหด มีราคาที่สูงมากจริงๆ แล้วจะทำอย่างไรดีละมีงบโดยประมาณจำกัดซะด้วย จะซื้อแม็กแท้อาจจะไม่ไหวแน่ แล้วมีทางไหนละที่จะได้ลายที่จับอกจับใจพวกเรามาดูกันครับผม

คำว่า “แม็ก” มาจากคำว่า “แม็กนีเซียม” (Magnesium) ผสมกับ “อัลลอย” (Alloy) เรียกกันว่า Magnesium Alloy Wheel และย่อด้วยคำว่า Mag Wheel ไม่น่าจะใช่ Max Wheel ที่บ้านพวกเราชอบใช้กันมาผิดๆขณะปี 1960 มีการผลิตล้อแม็กนีเซียมสำหรับ “การแข่งขัน” ขึ้นมา และเพื่อ Super Car รวมทั้งเป็นล้อ After Market โดยมากจะผลิตขึ้นมาจากยุโรป (ญี่ปุ่นก็มีครับผม แต่นิดหน่อย)

ที่ขึ้นจากทางวิภาไปลงทางไปจตุจักร ผมใช้ความเร็วเท่าๆเดิมในการเข้าโค้งเห็นได้ชัดว่าอาการหน้าดื้อลดลงแจ้งชัดมากๆครับผม เมื่อผมหักพวงมาลัยเท่าเดิมล้อเดิมจะมีอาการแฉลบนิดๆเวลาเข้าโค้งลึกๆความรวดเร็วไม่มาก ส่วนล้อใหมองี้หักทางไหนไปทางนั้นเลยครับผม วิชาการสึกยังไม่ชินเลยรู้สึก

ขั้นตอนแรกอาจจะจำเป็นจะต้องขอเกริ่นนำเสียก่อนว่า “ล้อแม็ก” ที่เราเข้าใจกันและใช้กันอยู่ทั่วๆ ไปนั้น จริงๆ แล้วไม่น่าจะใช่ล้อแม็ก เหตุเพราะล้อแม็กจริงๆ แล้วก็คือ “ล้อแม็กนีเซียม” ซึ่งก็มาจากคำว่า “แมกนีเซียม อัลลอย (Magnesium Alloy) ” คือวัตถุผสมที่มีแมกนีเซียมเป็นหลัก ด้วยเหตุนี้คนใดที่เขียน ล้อแม็กซ์ (MAX) ก็ผิดนะครับผม ล้อแม็กเป็นวัสดุปชั้นเชิงยนต์ที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน ใช้ตอบแทนล้อที่ทำจากเหล็กหล่อหรือล้อกะทะ ซึ่งนอกจากนั้นจะมีความสวยงามตามลวดลายและขนาดที่มีให้เลือกเฟ้นหลากหลายแบบอย่างแล้ว สิ่งที่ดีของล้อแม็กก็คือน้ำหนักเบา แข็งแรง ระบายความร้อนได้ดิบได้ดีดีเลิศ ยิ่งหากผลิตด้วยวิธีการแบบหล่อเย็น (Forge) ก็จะยิ่งแข็งแรงมากกว่าเหล็กทั่วๆไปอีกด้วยซ้ำ

ข้อผิดพลาดของ “ล้อแม็กนีเซีย” ก็คือ ราคาสูง!! ว่ากันวงละเป็นหมื่นจนถึงหลักครึ่งแสนอย่างยิ่งจริงๆ ดูอย่างล้อหมู่ Rays Engineering, Volk, Works, Prodrive, BBS, Enkei Racing พวกนั้นยังเป็น Alluminum Alloy เลย แต่ใช้กรรมกรรมวิธีผลิตดี วงละ 30,000 บาทเป็นอย่างน้อย (ยกเว้น Enkei ถูกหน่อย) บางรุ่นก็ใช้ Forged คือหล่อเย็นและอัดด้วยแรงดันสูง นำมาซึ่งการทำให้เนื้อโมเลกุลเกาะกันแน่นและแข็งแรงโดยที่ไม่จำเป็นจะต้องอาศัยจำนวนเป็นตัวช่วย ส่งผลให้ล้อออกมาเบา ได้สมดุลย์ และแข็งแรงมาก รถที่บรรจุล้อแท้เช่นนี้ ไปชมตะกั่วถ่วงล้อได้ครับ แปะนิดเดียวว่ามันเลี้ยวดีเกินความจำเป็นจนแทบจะพุ่งเข้าไปในโค้งซะอย่างนั้น และบางโอกาสผมก็มีความรู้สึกว่าขณะขับด้วยความเร็วทันใจปานกลาง ล้อมันเหมือนเบาๆลอยๆ หน้าไวๆ ไม่ถูกกับล้อเดิมที่หากว่ามันจะหนัก แต่วิชาการสึกสำหรับเพื่อการขับมีความคิดว่ามันแน่น และ stable กว่า ไม่รู้จะใช้คำว่าอะไรขออนุญาติใช้ถ้อยคำอังกฤษละกันครับผม

ความคุ้มของการพลิก “ล้อแม็ก”
กระทู้รีวิว
รถยนต์แต่งรถToyota
รีวิวนี่มีเหตุที่เกิดจากความสงสัยว่ามันจริงไหม ที่ในเว็บไซต์หรือบันทึกเรื่องราวรถเชียร์กันโครมๆว่าล้อแม็กเบาๆนั้นดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ ตามอ่านกระทู้และคอมเม้นต์ต่างๆหลากหลายที่ก็มีทั้งคนที่เห็นด้วย และคนที่ไม่เห็นด้วย ด้วยความสงสัยและอยากพิสูจน์ว่ามันใช่หรือไม่จริง จึงเพียรพยายามตระเวณหาล้อแม็กดีๆสักชุดมาทดลองใช้ โดยมีข้อจำกัดว่า
1. ล้อที่จะนำมาใส่นั้นจึงควรเบากว่าที่มีอย่างเห็นได้ชัด
2. ลักษณะผมไม่เน้นขอให้ใส่แล้วไม่ไม่น่าดูกว่าล้อเดิมก็พอ (แต่ถ้าสวยได้ก็ดีนะ)
3. เรื่องนี้สำคัญยิ่งยวด จำเป็นที่จะต้องแข็งแรงทนทาน และปลอดภัย ผมจึงไม่คัดสรรค์ล้อก้อป ล้อปลอมเฉียบขาด
4. เงื่อนไขสุดท้ายของผมคือ จะควรมีราคาที่ผมเอื้อมถึง ซึ่งผมตั้งงบไว้หมื่นกว่าๆครับ (ขอบ 15″)

ด้วยเงื่อนไขดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ผมก็เลยตระเวณหาเบอร์ร้านขายของแม็กโทรไต่ถามมูลค่า รวมถึงเพจต่างๆที่ประกาศขายล้อแม็กมือสอง จากการหาข้อมูลโดยประมาณ ก็พอได้ข้อมูลว่าในมูลค่าและราคาที่ผมพอจ่ายไหวนี้ จะได้แม็กยี่ห้อ Lenso, Advanti, Enkei Tuning, และ Enkei Racing มือสองซึ่งอาจจะจะไม่ได้ลายฮิต RPF1 ด้วยเหตุว่าลายฮิตจะราคาแพง แม้เป็นมือสองก็ตกสองหมื่นกว่าเข้าไปแล้ว เมื่อผมได้แบรนด์มาโดยประมาณ ผมก็สัญจรไปตามร้านขายของต่างๆที่มียี่ห้อพวกนี้ขาย ถือกิโลไปทดสอบชั่งน้ำหนักเองกับมือ ตรงนี้ผมต้องขอขอบคุณ ร้าน T ร้านรวงใหญ่ย่านติวานนท์ ร้านขายของ N ร้านใหญ่ย่านลาดกระบัง และร้านขายของ H ร้านค้าย่านห้วยขวางที่รถซิ่งนิยมมาใช้บริการ ณ ที่นี้ด้วยครับผมที่ได้ข้อมูลต่างๆเหล่านี้มาเพราะว่าทางร้านอำนวยความสะดวกให้ ยิ่งร้าน T นี่นะ พี่พนักงานร้านรวงมาช่วยผมยกช่วยผมหยิบชั่งกิโลด้วยมือเขาเองเลย บริการดีฝุดๆเลย กราบบบบบบ…. (รึว่าพี่เขาอาจจะจะกลัวผมไปทำเซ่อซ่าจนของเค้าพังก็ไม่รู้นะ ><‘)

สำหรับรีวิวชิ้นนี้ขอตัดเรื่องความสวยงามของล้อแม็กออกไปนะขอรับ เรื่องความสวยเกิดเรื่องที่แต่ละคนชอบ เถียงกันไป 3 วัน 3 คืนก็น่าจะจบกันยาก และสำหรับเพื่อการแปลงล้อแม็กครั้งนี้ ผมจะเปลี่ยนแปลงแต่ล้อแม็ก โดยใช้ยางชุดเดิมที่เคยบรรจุกับล้อเดิมถอดนำมาบรรจุล้อแม็กใหม่เลยครับ

จากการพยายามชั่งน้ำหนักเองกะมือ ผลออกมาได้น้ำหนักโดยประมาณโดยเหตุนี้ครับผม (กิโลผม Made in China ครับ)
1. ประการแรกล้อเดิมผมครับผม เป็นล้ออัลติสหน้าหมู 1.6 ปี 2004 หนัก 8.5 กก. (กว้างใหญ่ 6″)
[Spoil] คลิกเพื่อที่จะชมเนื้อความที่หลบซ่อนไว้

2. Lenso Project D Spec B หนัก 5.4 กก. ตัวนี้กว้างใหญ่ 6.5″ ครับ ล้อแม็กวงอื่นๆส่วนใหญ่จะกว้าง 7″
[Spoil] คลิกเพื่อจะชมข้อความที่หลบไว้

3. Lenso Project D Spec K หนัก 6.9 กก.
[Spoil] คลิกเพื่อจะดูเนื้อความที่หลบซ่อนไว้

4. Lenso D1CS หนัก 6.5 กก.
[Spoil] คลิกเพื่อชมใจความที่ซ่อนไว้

5. Lenso D1SF หนัก 5.7 กก.
[Spoil] คลิกเพื่อที่จะดูเนื้อความที่ซ่อนไว้

6. Lenso Project D Spec F หนัก 6.8 กก.
[Spoil] คลิกเพื่อที่จะดูเนื้อความที่ซ่อนไว้

7. ตัวชูโรงของ Lenso ครับ เบาหวิว Lenso Venom Zero หนัก 5.4 กก.
[Spoil] คลิกเพื่อดูเนื้อความที่หลบซ่อนไว้

8. อีกยี่ห้อนึงครับ Yachiyoda จำรุ่นมิได้ หนัก 7.1 กก.
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

9. และแม็กยอดฮิตครับ Enkei RPF1!!!!! วงนี้หนักเพียง 4.4 กก. เท่านั้น!!!!
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

ToNN_CM_MR:
นี่คือข้องมูลที่ได้มาจากเว็บไซต์อื่น (เสียดายที่จำชื่อเว็บมิได้) วอนผู้ทราบมาตอบททีครับ ว่าจากข้อมูลนี้ ในส่วนของน้ำหนักน่ะครับผม ซึ่งก็คือ 1 วง หรือ 4 วง ต้องการทราบจริง ๆครับผม เอเป็ก ซี64 นี่เทพสุดเลยเหรอครับ
ลักษณะส่วนที่ดีข้อเสียของแม็กแต่ละแบบ
Forged คือ Process การหล่อ Al ขึ้นมาในรูปของ Preform ก่อนหลังจากนั้นก็นำไปทุบขึ้นภาพ บ่อยครั้งจนได้ขนาดตามต้องการ
โดยในแนวทางการทุบขึ้นรูปนั้นควรต้องใช้ Tecnology และเครื่องจักรกลที่มีมูลค่าและราคาออกจะสูง ปัจจุบันในเมืองไทยยังไม่มีโรงงานที่ผลิตล้อ Forged
สิ่งที่ดีของล้อ Forged
1. แข็งแรง ทนทาน
2.มีน้ำหนักเบา

วิชาความรู้สึกเกี่ยวกับความนุ่มนวล
เมื่อขับผ่านถนนขรุขระ ดังเช่นว่า รอยปะผุ ล้อเดิมที่หนักๆจะราวตึงตังกว่า แต่จะราวแค่1 ครั้งแรงๆ ส่วนล้อใหม่ที่เบากว่านี้ ความตึงตังจะลดน้อยลงมาก แรงสะเทือนที่เข้ามาในห้องโดยสารก็ต่ำยิ่งกว่า แต่วิชาการสึกเหมือนรู้สึกได้กระจ่างแจ้งว่าล้อพวกเราเหยียบลงไปบนสภาวะหลุมอย่างไร เหมือนล้อมันแนบชิดถนนมากขึ้น เพราะฉะนั้นดังที่ล้อเดิมจะอย่างกับมากๆ “ตึงงงงงง….” เดียว ส่วนล้อใหม่เบาๆจะเหมือนกับตึ๊บๆ 2-3 ครั้งต่อ 1 หลุมที่เหน้าจอครับผม (แต่หากขับให้ไวกว่าที่มีก็ตึงงงงงด้วยเช่นกันนะ) ที่นี่ไม่รู้จะเรียกว่าเป็นต่อกว่าดีหรือเปล่า แม้กระทั้งถนนเส้นเดิมที่เคยขับเคลื่อนแล้วรู้สึกว่าเรียบๆ ไม่ค่อยขรุขระ ล้อใหม่ขับถนนเส้นเดียวกันนี้กลับรูสึกว่าขรุขระนิดๆ คงอาจจะเป็นเนื่องมาจากผมยังไม่ชินครับผม

ความรู้สึกเกี่ยวกับระยะเบรค
สัมผัสเบรคดียิ่งขึ้นเพิ่มขึ้นแต่ยังไม่สามารถรับรู้แน่ชัดเหมือนช่วงกดคันเร่งครับผม การเบรคที่ดีขึ้นนี้รับรู้เท่ากับเอาชายฉกรรจ์ลงจากรถไปคนสองคน ยังชั่วร้ายถึงขนาดเปรียบกับการอัพระดับผ้าเบรคได้ครับผม แต่ผมได้พยายามเบรคแรงปานกลางแบบหัวทิ่มอยู่สองสามครั้งรู้สึกว่า ABS ยังไม่ปฏิบัติงาน เดาว่ายังสามารถกดเบรคได้แรงกว่านี้อีกนิดครับผม

ผลทดสอบอัตราเร่ง
ต่อจากนี้ไปจะเป็นผลที่วัดได้จริง ผลออกมาเป็นจำนวน มิได้ใช้แค่ความรู้สึกเหมือนที่เขียนไว้ด้านบนนะขอรับ สามารถรับดูได้ตามคลิปด้านล่างเลยครับ (ผมใช้เครื่อง 2zz-ge เครื่องตัวเดียวกับที่อยู่ใน Celica ครับ)
0-100 = 10. 32 -> 9.83 (เร็วทันใจขึ้น 0.7 วินาที หรือ 6.7%)
0-180 = 30. 03 -> 28.49 (เร็วขึ้น 1.93 วินาที หรือ 6.3%)

กลับสู่หน้าหลัก – lusotek.net