2023 movies

หนังขยายเวลาความอึดอัดใจที่เชื้อเชิญลุ้นไปกับนางเอกของเรื่องขึ้นเรื่อยเมื่อผ่าน 30 นาทีแรกไปแล้ว ความเข้มข้นจะเป็นไปในแบบการเพิ่มพลังงานความน่าดึงดูดใจ ต้องการรู้ เฝ้าติดตาม แม้กระนั้นมิได้หวือหวา จนถึงนำมาซึ่งการก่อให้เกิดบรรยากาศของหนังที่เป็นดราม่าสอบสวนสืบสวนที่ดูเหมือนจะไม่มีลูกเล่น แต่แอบเก็บปกปิดฉากเด็ดเอาไว้ให้ผู้ชมวางใจ รวมทั้งสร้างความรู้สึกบีบคั้น ประสงค์ดี แอบลุ้นเอาไว้ตลอดทั้งเรื่อง

จุดนี้ทำให้ภาพรวมของหนังแปลงเป็นดราม่าสืบสวนที่ถ้าหากว่าไม่มีนักแสดงอย่าง เจสซิก้า เชสเทน รวมทั้งเอ็ดดี้ เรดเมย์น ก็อาจทำให้หนังหัวข้อนี้ไม่มีอะไรน่าดึงดูดเอาซะเลยก็เป็นได้ห้าตอนผ่านไปไหวราวกับพูดเท็จ ก็ไปสู่ช่วงหลังของซีรีส์ฟอร์มยักษ์ House of the Dragon แล้วก็สำหรับ EP.6 นี้ก็ไม่พลาดที่จะเอามารีวิวให้ทุกคนได้อ่านกัน ขอบอกเลยว่าเข้มข้นจัดจ้าสมการรอ เนื่องจากขณะนี้เป็นเสมือนการบอกลาความไม่รู้เดียงสาจากห้าเวลาที่ผ่านมา

แล้วก้าวเข้าสู่จุดเริ่มที่เรื่องโศกเศร้าบัลลังก์เหล็กที่จริงจริง! ในด้าน เจสซิก้า เชสเทน ในหน้าที่ของเอมี่ที่ดูเหมือนจะเป็นระเบียบและไม่ได้ปลดปล่อยพลังสักเท่าไหร่ กลับทำให้พวกเรากำเนิดความรู้สึกร่วมกับความรู้สึกของเอมี่ที่มีต่อชีวิตของตนเอง ต่อแรงกดดันในใจที่จะต้องตกลงใจทำสิ่งที่ถูกแต่ว่ายังคงมีความห่วงหาเป็นห่วงเป็นใยและก็เห็นใจคนอื่นๆ จนกระทั่งคำว่า Good Nurse มิได้ไกลห่างไปจากตัว “Emmy” เลยจริงๆบทที่ดูเหมือนจะเล่นแบบปกติอย่างงี้

กลับไม่ง่ายเลยที่จะถ่ายทอดความรู้สึกทั้งสิ้นทั้งหมดทั้งปวงออกมาให้ผู้ชมสัมผัสได้ รวมทั้ง เจสซิก้า เชสเทน คุณทำมันเสร็จแล้วอย่างดีเยี่ยมเปิดตัวด้วยเรื่องเศร้าการเสียชีวิตของเลอา รอยซ์ จากมือของ เดมอน ทามึงเรียน ผัวของคุณเอง โดยปิดบังว่าเป็นอุบัติเหตุ ช่วงเวลาเดียวกันกษัตริย์วิเซริส ทามึงเรียนได้เริ่มเดินทางสู่ดริฟมาร์คเพื่อไปสนทนาการสมรสระหว่าง เรนีร่า ทามึงเรียน

เมื่อนับรวมมาร์โก กับไทเลอร์แล้ว แขกที่มาดินเนอร์ในช่วงเวลาค่ำคืนนี้มีทั้งปวง 12 คน พวกเขาล้วนเป็นบุคคลที่มีชื่อ ซึ่งสร้างความอายให้กับไทเลอร์ทั้งปวง สลับกันมาร์โกนั้นรู้สึกว่าบนเกาะนี้มีบรรยากาศที่ไม่น่าไว้วางใจ และก็คุณเริ่มรู้สึกอักอ่วนกับความขวยเขินของไทเลอร์ เวลาเดียวกัน จูเลียน สโลวิก เถ้าแก่ของกินก็เดินเข้ามา รวมทั้งทำให้บรรยากาศของร้านค้ามันมองเคร่งเคลียดกว่าเดิม ท้ายที่สุดของกินมื้อพิเศษที่ประสานด้วยความเจ็บก็ได้เริ่มขึ้น

รีวิวThe Menu

เคยมีคนกล่าวไว้ว่า ภาพยนตร์กับของกินนั้นมีส่วนประกอบคล้ายคลึงกัน เพราะเหตุว่ามีอีกทั้งเชฟ (ผู้กำกับ), ห้องอาหาร (สตูดิโอ), เหล่าแม่ครัว (คณะทำงานในวิธีการโปรดักชัน) และก็วัตถุดิบ ซึ่งของกินจะออกมาดีหรือเปล่า ก็อยู่ที่ศีรษะเรือ ว่าจะพาแต่ละรายการอาหารไปในแนวทางไหน พรีเซนเทชั่นยังไง รวมทั้งเมื่อของกินจานนั้นเสิร์ฟออกไป ของกินจะไม่ใช่ของเหล่าคนทำกับข้าวอีกแล้ว แต่ว่าจะเปลี่ยนเป็นของลูกค้า (ผู้ชม) ในทันทีทันใดที่ของกินเสิร์ฟถึง

เรียกว่าหนังได้ประคองบรรยากาศของการเล่าเรื่องที่ราบเรียบมาตั้งแต่ต้นจนถึงจบเลยก็ว่าได้ ความระทึกใจที่ได้รับถูกปลุกอารมณ์ออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ รวมทั้งดำเนินมาถึงฉากจบที่เบาๆเงียบลงเสมือนการปิดม่านละครเวทีที่ไม่มีเสียงตบมือของผู้ชม แม้กระนั้นเป็นการโบกไม้โบกมือลาเพียงแค่เบาๆอย่างไรแบบนั้น เนื่องจากว่าคริสตันคิดเสมอว่าเรนีร่านั้นเหนื่อยหน่ายกับการจำต้องแสดงบทบาทเจ้าฟ้าหญิงที่จำต้องถูกบังคับให้เอาอย่างจารีตต่างๆ

The Menu เล่าของคู่ควงอย่าง มาร์โก กับ ไทเลอร์ ที่ได้จองตั๋วไปดินเนอร์ในห้องอาหารระดับ Fine Dining แห่งหนึ่ง โดยห้องอาหารที่นี้ตั้งอยู่บนเกาะที่คนไม่จอแจ อันเป็นการผลิตบรรยากาศความเป็นส่วนตัวที่ดีให้แขกทั้งปวงโดยที่เรนี่ร่านั้นได้ตกลงกับเลนอร์เรื่องความเกี่ยวเนื่องเอาไว้ว่าแม้ว่าจะสมรสกันฉันผัวเมียแล้ว แม้กระนั้นทั้งสองฝ่ายจะได้อิสระสำหรับในการดำรงชีวิตกับผู้ที่ตนรัก

เนื่องจากเรนีร่ารู้ว่าเลนอร์มีรสนิยมการรักร่วมเพศส่วนตัวคุณเองก็คบชู้สู่ชายรักเป็นอัศวินข้างกายอย่าง เซอร์คริสตัน วัวล ซึ่งทั้งคู่เข้าใจกันดีอยู่แล้วว่าการสมรสนี่คือเรื่องของการบ้านการเมือง ไม่ใช่ความรัก ก็เลยยอมตามข้อตกลงนี้ระหว่างกันข้างหลังการพูดจาการสมรสสำเร็จลุล่วง เซอร์คริสตัน วัวล ก็ได้เปิดเผยความรู้สึกในใจกับเรนีร่าว่าต้องการให้คุณหนีไปกับเขาที่ทวีปเพนทอส เพื่อไปเริ่มต้นใหม่ด้วยตัวตนใหม่

รายละเอียดในหนังก็ตั้งใจให้แขกทุกคนในร้านค้า มีเงื่อนปัญหาที่ประติดประต่อกัน เหมือนกันกับหนังแนว Mystery และก็การดำเนินเรื่องก็จะเบาๆกะเทาะเปลือกของผู้แสดงว่าพวกเขาเป็นใครกันแน่ เพราะเหตุใดถึงมารวมอยู่นี้ แล้วก็พวกเขาจะหาวิธีเอาชีวิตรอดออกมาจากตรงนี้ได้อย่างไร แม้ว่าจะแอบเล่นง่าย แม้กระนั้นหนังก็ดีแล้วไซน์นักแสดงต่างๆได้น่าจำ อีกทั้งในฝั่งของลูกค้าแล้วก็คนทำกับข้าวก็ด้วย เมื่ออยู่รวมกันก็ทำให้เกิดความรู้สึกขนลุกเลยล่ะ

เกิดเรื่องราวของ เซียร์ร่า ผู้สืบสกุลอพาร์เม้นท์สาวสุดสปอยล์ที่พึ่งหมั้นหมาย เกิดอุบัติเหตุจากการไปเล่นสกีกระทั่งทำให้สูญเสียความทรงจำ แล้วก็พบว่าตนเองอยู่ในการปกครองของเจ้าของบ้านพักสุดหล่อ อย่าง เจค และก็บุตรสาวสุดแก่แดดแก่ลมของเขา เวลาที่วันคริสต์มาสกำลังจะใกล้มาถึงก็คงจะจำเป็นต้องบอกตรงๆเลยว่าหนังแสนจะคลีเช่มากมายๆเต็มไปด้วยบรรยากาศหนังรักน้ำเสียๆที่ซ้ำๆซากๆและก็เชยมากมาย

ตั้งแต่วินาทีแรกที่หนังเริ่มฉายมา ทุกๆอย่างมองเป็นพล็อตสำเร็จรูป ที่สัมผัสได้เลยว่าจะเกิดเรื่องราวที่รสเดิมที่อร่อยรวมทั้งย่อยง่ายจริงแท้แน่นอน โทนแล้วก็จังหวะของหนังก็อย่างกับหนังเมื่อ 10-20 ปีกลายเป๊ะ ไม่ต่างอะไรกับหนังรักคลุ้งๆที่อิงเทศกาลแบบพวกช่อง Hallmark สร้างออกมาเสมอๆจนกระทั่งเดี๋ยวนี้เกิดเรื่องราวของ เซียร์ร่า ผู้สืบสกุลโฮเต็ลสาวสุดสปอยล์ที่พึ่งหมั้นหมาย

เกิดอุบัติเหตุจากการไปเล่นสกีจนกระทั่งทำให้จำอะไรไม่ค่อยได้ รวมทั้งพบว่าตนเองอยู่ในการปกครองของเจ้าของบ้านพักสุดหล่อ อย่าง เจค รวมทั้งบุตรสาวสุดแก่แดดแก่ลมของเขา เวลาที่วันคริสต์มาสกำลังจะใกล้มาถึงแม้เรนีร่าหนีไปกับเขา ทอดทิ้งตำแหน่งรัชทายาทแล้วก็ตกลงอยู่กับเขาในฐานะผัวเมีย คุณจะได้เป็นอิสระจากชีวิตที่คุณไม่อยากแต่ว่าเรนีร่าไม่ยอมรับคำร้องขอของเซอร์คริสตัน

แม้ว่าจะมีความรู้สึกดีกับเขา แม้กระนั้นคุณทราบว่าไม่สามารถที่จะทอดทิ้งหน้าที่รัชทายาทไปได้ และก็บอกกับคริสตันตามจริงเรื่องกติการะหว่างคุณกับเลนอร์ ว่าการสมรสนั้นเป็นเพียงแค่ประเด็นการเมือง แต่ว่าตัวคุณจะยังมีอิสระสำหรับในการสืบต่อความเกี่ยวเนื่องกับเขาก็อาจจะจะต้องบอกตรงๆเลยว่าหนังแสนจะคลีเช่มากมายๆเต็มไปด้วยบรรยากาศหนังรักน้ำเสียๆที่ซ้ำซากรวมทั้งเชยมากมาย

ตั้งแต่วินาทีแรกที่หนังเริ่มฉายมา ทุกสิ่งมองเป็นพล็อตสำเร็จรูป ที่สัมผัสได้เลยว่าจะเกิดเรื่องราวที่รสเดิมที่อร่อยรวมทั้งย่อยง่ายจริงแท้แน่นอน โทนแล้วก็จังหวะของหนังก็ดังหนังเมื่อ 10-20 ปีกลายเป๊ะ ไม่ได้ต่างอะไรกับหนังรักกระจายๆที่อิงเทศกาลแบบพวกช่อง Hallmark สร้างออกมาเสมอๆจนกระทั่งปัจจุบันนี้ ก็ช่วยขับอารมณ์ของหนัง ให้บันเทิงใจไปอีกขั้น

รีวิวหนัง “Falling for Christmas หลงเสน่ห์วันคริสต์มาส”

รวมทั้งนี่ก็น่าจะเป็นการกลับมาของสมัยก่อนทีนควีนที่สมัยปี 2000s ที่เคยเป็นดาราตัวจี๊ดของฮอลลิวูดเมื่อสิบกว่าปีกลาย คุณกลับมาแล้ว “ลินด์ซีย์ โลฮาน” กับหนังใหม่กระโดดกลับเข้ามาสู่ในกระแสอีกทีใน “Falling for Christmas หลงรักวันคริสต์มาส” เป็นการคัมแบ็กของคุณในรอบยาวนานหลายปี ภายหลังที่ชีวิตเป๋ไปทางนั้นทางนี่อยู่นาน แล้วก็วันนี้ก็หาทางกลับมามีจุดยืนในฐานะดาราได้อีกที

ในร้านค้า Fine Dining เนี่ย จะมีหลักสูตรการเสิร์ฟของกินที่ถูกใช้อยู่บ่อยมาก โน่นเป็น ขนมปัง, ของกินเรียกน้ำย่อย, รายการอาหารจานหลักรวมทั้งขนมหวาน ซึ่งในแต่ละหลักสูตรจะมีอะไรบ้างนั้น ก็ตามทีเชฟจะคัดเลือกเสิร์ฟให้คนทาน โดยทุกรายการอาหารชอบจะต้องประติดประต่อกัน รวมทั้งเข้ากันได้ เพื่อแสดงถึงความรู้ความเข้าใจของเชฟ

The Menu ก็ได้ใช้จุดนี้มาช่วยลำดับเรื่องราวว่า รายละเอียดในหนังปัจจุบันนี้เป็นอย่างไร และก็เบาๆไต่ระดับความเข้มข้นของเรื่องราว ให้แปรไปตามหลักสูตรของของกิน ซึ่งเป็นการเสนอที่หลักแหลมมากมาย แล้วก็เชื่อเลยว่า ถ้าหากผู้ใดกันแน่ถูกใจดูก่อนยการปรุงอาหาร คงจะมองเพลิดเพลินเป็นพิเศษเลยล่ะเค้าโครงเรื่องกล้วยๆตามแบบฉบับละครไทยที่รู้จักดี สไตล์ยัยลูกคุณหนูทำอะไรไม่เป็น

ได้รับอุบัติเหตุจำตนเองมิได้ว่าเป็นคนใด บังเอิญมาอยู่กับผู้แสดงนำชายรูปงาม แหมไม่ต้องบรรยากาศอะไรก็รู้สึกว่าคงจะทราบตอนสุดท้ายของหนังได้แล้วเนอะ ก็นั่นแหละในเมื่อโครงเรื่องออกมาซิมเปิ้ลขนาดนี้ ก็จำเป็นต้องพึ่งบุญบารมีของกลุ่มดาราหนังเอาไว้แล้วล่ะอย่างที่กล่าวไปตอนแรก The Menu ได้ถูกผลิตขึ้นมาโดยยึดให้โทนของหนัง เป็นเหมือนของกินหลักสูตรหนึ่ง

โน่นทำให้หนังประเด็นนี้ มีหลายรสเอามากๆผู้ชมจะได้ทราบสึกเสมือนรถไฟบินของแผนภูมิอารมณ์ มันจะผสมทั้งยังความโรแมนติก ปัญหา ขบขันร้าย รวมถึงจุดหักมุมที่ค่อนข้างจะกลับผลันรวมทั้งมีกลเม็ดเด็ดพรายเอาการ ถึงแม้รายละเอียดจะดูเล่นง่ายไปหน่อย แม้กระนั้นจังหวะท่วงทีของผู้กำกับอย่าง มาร์ก ไมลอด (Mark Mylod)

รับสารภาพจากดวงใจของนักเขียน คนที่เคยติดตามมองผลงานของ ลินด์ซีย์ โลฮาน มาตั้งแต่เรื่องแรกๆที่คุณเล่น ยุค The Parent Trap นู่นเลย จำต้องสารภาพเลยว่าแม่หนูคนนี้นางเป็นคนมีของนะ การแสดงของคุณจัดได้ว่าใช้ได้ทีเดียว เพียงแค่ขาดจังหวะดีๆกับบทดีๆในระยะหลัง พร้อมทั้งจังหวะชีวิตที่ทำให้คุณจำเป็นต้องหลงด้านหลงทางไปสักนิดสักหน่อย แล้วก็เมื่อคุณได้ได้โอกาสกลับมารับงานแสดงอีกรอบ นี่ก็เลยเป็นจังหวะดีๆครั้งยิ่งใหญ่

หนังมีจุดที่เล่าถึงคนรับประทานอาหารแล้วก็นักวิพากษ์วิจารณ์ว่า พวกเขามีสิทธิ์อะไรมาเป็นบั่นทอนอาชีพของพ่อครัวได้ ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่แสบเอาการ เนื่องจากพวกเขาตั้งมั่นเปรียบเทียบกับ ‘เหล่าคนดูและนักวิพากษ์วิจารณ์หนัง’ ว่าพวกเขานั้นก็ถูกใจสับหนังหลายเรื่องให้เหลวไม่มีชิ้นดี จนถึงวัฒนธรรมการดูหนังของผู้ชมนั้นแปรไป ทำให้ผู้ผลิตเริ่มสูญเสียตัวตนและไม่สนุกสนานกับการประกอบอาหารอีกต่อไป

ซึ่งเป็นซีนที่แสบเอาการ เชื่อเลยว่าถึงแม้ว่าจะเป็นผู้ชมธรรมดาที่ไม่ใช่นักวิพากษ์วิจารณ์ ก็จะต้องตบหัวเข่าฉาดกับซีนพวกนี้เมื่อเซอร์คริสตันทราบโดยเหตุนี้เขาก็รู้สึกเศร้าแล้วก็รับมิได้ แล้วก็เปรียบเทียบว่าตนเองเป็นราวกับหญิงงามเมืองของเรนีร่า เขายอมทอดทิ้งเกียรติยศของอัศวินเพื่อความรัก แม้กระนั้นเรนีร่ากลับไม่ยอมรับ สร้างความเศร้าใจและก็ความเจ็บให้แก่เขามหาศาล

ถัดมา ราชินีอลิเซน ไฮทาวเวอร์ ได้เรียกเจอเซอร์คริสตัน วัวล เพื่อถามหากรณีข่าวซุบซิบเรื่องรักๆใคร่ๆระหว่างเรนีร่ากับอาของคุณเดมอนว่าเป็นความใช่หรือไม่ เซอร์คริสตันซึ่งทนความรู้สึกว่าตัวเองผิดไม่ไหวก็เลยได้รับสารภาพว่าผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับเรนีร่าเป็นตัวเขาสร้างความตะลึงงันให้กับอลิเซนเป็นอย่างยิ่งเซอร์คริสตันก็เลยขอให้ราชินีลงอาญาประหารเขา

แต่อลิเซนมิได้สั่งลงทัณฑ์เขาอะไร แม้ว่าจะเศร้าใจกับสิ่งที่ได้รับทราบเพราะว่าพอๆกับว่าเรนีร่าได้โป้ปดมดเท็จคุณตลอดมาลินด์ซีย์ โลฮาน ใน Falling for Christmas นั้น เกือบจะไม่จำเป็นต้องใช้พลังอะไรเยอะแค่ไหน เพียงแต่ว่าคุณบางทีอาจจะจะต้องปัดฝุ่นรวมทั้งขุดวิชา-ความสามารถทางการแสดงของตนออกมาใหม่เกือบจะทั้งหมด แต่ว่าก็นับว่าคุณจัดการแล้วก็ลื่นไหลกับหนังเจริญ

ถึงแม้หน้าที่กับติดอยู่แรกเตอร์ที่คุณได้รับนั้นค่อนจะสูตรสำเร็จมากมายๆเป็นบทนางเอกในต้นแบบนิยายน้ำเสียถึงแม้ว่าคุณจะไม่มีได้โอกาสได้ท้าการแสดงอะไร แต่ว่าก็จัดได้ว่าทำเป็นดีตามมาตรฐานของคุณนั่นแหละนี่เป็นผลงานของผู้กำกับ “Jeff Wadlow” ที่พวกเราชอบรู้จักดีงานชิ้นก่อนๆของเขาที่ค่อนข้างจะดิบพอได้ อย่าง Kick-Ass 2 หรือ Truth or Dare แม้กระนั้นมาครั้งนี้นับว่าเขาปรับโหมดตนเองระดับสูง

เนื่องจากว่าเปลี่ยนทิศทางมาทำหนังสยองขวัญแฟนตาซีที่ค่อนข้างจะใสๆไม่มีอันตรายเป็นหนัง “ฮาโลวีน” ที่เต็มไปด้วยสูตรสำเร็จตามประสิทธิภาพของหนังแนวนี้ ที่พวกเราเคยได้มองมาก่อนตลอด 20-30 ปีให้หลังตัดไปสู่วันฉลองการสมรสระหว่างเรนีร่าและก็เลนอร์ บรรดาลอร์ดทั้งหลายแหล่ทั่วราชอาณาจักรมารวมตัวกันที่พระราชวังพิธีการเริ่มด้วยความครื้นเครงแต่ทว่าก็กำเนิดเรื่องโศกเศร้าขึ้นเมื่อเซอร์หน้าจอฟฟรี่ ชู้รักของเลนอร์

ซึ่งถูกเซอร์คริสตัน วัวล ฆ่าอย่างใจร้ายเนื่องจากว่ามายุแยงเรื่องความข้องเกี่ยวระหว่างเขากับเรนีร่า เซอร์คริสตันซึ่งไม่อยากให้คนไหนอื่นหมิ่นเกียรติยศของเจ้าฟ้าหญิงและก็ของตัวเขาเอง ก็เลยบันดลความโมโหกระทั่งนองเลือด เนื่องจากว่ารู้สึกตัวดีว่าได้ทำให้เสียเกียรติของอีกทั้งเจ้าฟ้าหญิงรวมทั้งตัวเขาเองในฐานะอัศวินและก็เลนอร์ วาเลเรียน ซึ่งในที่สุดก็ตกลงได้ด้วยดี