บ้านพักพัทยา

 

บ้านพักพัทยา พูลวิลล่าพัทยา – เมืองพัทยาตั้งอยู่ใน จังหวัด ชลบุรี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ฮอตฮิตและเป็นช้อยส์ที่ถูกเลือกมากที่สุด ไม่แพ้ หัวหิน และ ชะอำ โดยเฉพาะกับนักท่องเที่ยวเมืองกรุง เพราะเดินทางสะดวก ใช้เวลาไม่นาน รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยว และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันไม่แพ้เมืองหลวง และยังมี เกาะต่างๆให้ไปเที่ยวอีกมากมาย อาทิ เช่น เกาะล้าน , เกาะสีชัง เป็นต้น

สำหรับ บ้านพักพัทยา ของเรา มีแบ่งออกเป็นหลายสไตล์มีทั้งหลังเล็กและหลังใหญ่ รองรับคนได้มากถึง 10 – 20 – 30 คน มีทั้งแบบติดทะเลและไม่ติด หรือใกล้หาดต่างๆเช่น หาดจอมเทียน, หาดพัทยาเหนือ ใต้ ขึ้นอยู่กับงบและความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก

All Pool Villa รวบรวมบ้านพักหัวหินพูลวิลล่า มีบ้านมากมายหลากหลายสไตล์ให้ลูกค้าชม ไม่ใช่แค่ที่หัวหิน มีทั้งที่ชะอำ และ ปราณบุรี รวมถึงบ้านที่ ติดทะเล และใกล้ทะเล

ทางเรามีรองรับตั้งเแต่สำหรับกลุ่มเล็ก ไม่เกิน 6 ท่าน จนถึงกลุ่มใหญ่ถึง 100 ท่านเลยทีเดียว พูลวิลล่าหัวหิน ชะอำ และปราณบุรี ทุกหลังที่เราเลือกมา คัดสรรเเล้วว่าต้องดี เเละคุ้มค่า ให้คุณลูกค้าได้รับความประทับใจกลับไป ในราคาสบายกระเป๋าเเน่นอน !

หลังที่เรานำมาเสนอลูกค้าต้องเป็นหลังที่ดี เพื่อยืนยันความน่าเชื่อถือ และให้คุณลูกค้าเชื่อมั่นว่าทาง All Pool Villa ได้เป็นผู้นำอันดับต้นๆในการจัดหาบ้านพักที่ดีที่สุดให้กับวันหยุดที่เเสนพิเศษของคุณเเละคนสำคัญ ทางเราได้ทำการยืนยันตัวตนโดยการจดทะเบียนธุรกิจการค้า อย่างถูกต้องตามกฏหมาย สามารถตรวจสอบได้โดยคลิ๊กที่รูปด้านล่าง หรือสามารถดูรีวิวจากลูกค้าที่เคยเข้าพักกับทางเราได้

เรารวบรวมบ้านพัก พูลวิลล่า ที่ดีและมีคุณภาพ จากถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของคนไทย มานำเสนอให้กับลูกค้าในงบที่เข้าถึงได้ ไม่ว่าจะเป็น หัวหิน, ชะอำ, ปราณบุรี, พัทยา และอื่นๆ

 

บ้านพักชะอำ

พูลวิลล่าชะอำ – อำเภอ ชะอำ เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตใกล้กรุงเทพ ขับรถประมาณ 1.30 – 2 ชั่วโมงก็ถึงโดยจะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็น Landmark สำคัญๆเช่น พระราชวังมฤคทายวัน, ซานโตรินี่, ตลาดน้ำกลางป่าบนน้ำตกกวางโจว, หาดชะอำ, หาดเจ้าสำราญ, โครงการชั่งหัวมัน, ฟาร์มสุข, วัดใหญ่สุวรรณาราม

สำหรับบ้านพัก พูลวิลล่า ชอำของเรา มีแบ่งออกเป็นหลายสไตล์มีทั้งหลังเล็กและหลังใหญ่ รองรับคนได้มากตั้งแต่ 10 คน จนถึงแบบหมู่คณะ 30 – 40 – 50 – 100 คน หรือ 2 – 3 – 4 – 5– 7 – 10 – 12 ห้องนอน

 

บ้านพักหัวหิน

พูลวิลล่าหัวหิน – หัวหินเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตใกล้กรุงเทพที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายเช่น สวนน้ำวานานาวา, ซานโตรินี่, อุทยานราชภักดิ์, ตลาดโต้รุ่งหัวหิน, ตลาดน้ำสามพันนาม, ตลาด cicada, ตลาด แทมมาลีน, Seen Space และเพลินวาน

สำหรับบ้านพักหัวหิน ของเรา มีแบ่งออกเป็นหลายสไตล์มีทั้งหลังเล็กและหลังใหญ่ รองรับคนได้มากตั้งแต่ 10 คน จนถึงแบบหมู่คณะ 30 – 40 – 50 – 100 คน มีทั้งแบบติดทะเลและไม่ติดทะเล ขึ้นอยู่กับงบและความต้องการของลูกค้า

 

 

ติดต่อเรา

 

 

กลับสู่หน้าหลัก บ้านพักพัทยา

สิงคโปร์ ข้อมูล

สิงคโปร์ ข้อมูล - การตั้งอาณานิคม เป็นการใช้อำนาจ ของประเทศหนึ่ง เหนืออีกประเทศหนึ่ง ส่วนใหญ่แล้วเพื่อหวังผลกำไร ผลกำไรมาจากการตั้งด่านสินค้า ในประเทศอาณานิคม ตามประวัติศาสตร์แล้ว เกาะสิงคโปร์ เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมงมาเลย์ เป็นสถานที่ที่จับปลาได้ดี เพราะตั้งอยู่ปากแม่น้ำ สิงคโปร์ ก่อนที่ชาวยุโรป จะเข้ามาตั้งรกรากอยู่ แต่ในปัจจุบัน สิงคโปร์ถูกจดจำ เป็นเกาะแห่งเมืองหลวง ชนพื้นเมืองและชาวชนบท จะอาศัยอยู่แถบชายฝั่งและแม่น้ำ ตามประวัติศาสตร์ ระบุว่า บริษัท บริติช อินเดีย นำโดย เซอร์ สแตมฟอร์ด ราฟเฟิลส์ เข้ามาตั้งด่านสินค้า บนเกาะทำให้สิงคโปร์ เป็นศูนย์กลางทางการค้า ที่สำคัญที่สุดในปี 1989 กองทหารของ สิงคโปร์ภายใต้บริษัท บริติช อินเดีย กประสบความสำเร็จด้วย กำลังทหารของประเทศ สื่อถึงพลังของประเทศ สิ่งเหล่านี้ทำให้สิงคโปร์เป็นศูนย์กลาง แห่งความทันสมัย จากความสำเร็จ ทางด้านการค้าและ การทหาร ในขณะเดียวกัน สิงคโปร์ก็เป็นศูนย์กลาง อำนาจของประเทศอังกฤษ ในแถบเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ 

เศรษฐกิจของประเทศ สิงคโปร์มีความเป็นมิตร กับภาคธุรกิจ และถูกจัดให้เป็นศูนย์กลาง ทางการเงินที่ดีที่สุด ลูกจ้างเป็นพันๆ คนสร้างผลงานที่ดีเยี่ยม ให้กับบริษัทข้ามชาติ ซึ่งนำสิงคโปร์ไปสู่สายตาของชาวโลก เศรษฐกิจที่ขึ้นอยู่กับระบบ ตลาดถูกพัฒนาขึ้นมาอย่างดีเยี่ยม และมีการสนับสนุน อย่างดีเยี่ยมจากการ นำเข้าและส่งออกสินค้าต่างๆ สิงคโปร์ได้รับเกียรติ ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม สี่เสือแห่งเอเชีย ซึ่งเป็นผู้นำทางด้าน การตลาดในเอเชีย ร่วมกับร่วม ฮ่องกง เกาหลีใต้ และไต้หวัน การผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูง เป็นส่วนสำคัญในการรักษา สภาพเศรษฐกิจของสิงคโปร์ อุตสาหกรรมการผลิต ครอบคลุมไปถึง เครื่องใช้ไฟฟ้า วิศวกรรมเคมี ปิโตรเลี่ยม เครื่องมือวิศวกรรม และวิทยาศาสตร์อื่นๆ ซึ่งเสริมสร้างศิลปะ ในสิงคโปร์ การผลิตนี้สร้าง จีดีพี ให้กับประเทศสิงคโปร์ ได้เกือบ 26% และสร้างแผ่นไมโครชิพ ถึง 10 % ของโลก สิงคโปร์มีท่าเรือ ที่เป็นหนึ่งในท่าเรือ คึกคักที่สุดในโลก

ถูกจัดให้เป็นศูนย์กลาง การแลกเปลี่ยน สินค้าต่างชาติ ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสี่ ของโลก เมื่อเทียบกับ ลอนดอน โตเกียว และ นิวยอร์ก สิงคโปร์ยังมีการจ้างงาน ลูกจ้างจากทั่วโลกเป็นพันๆคน ซึ่งทำให้สิงคโปร์ เป็นประเทศที่ผู้จ้างงานของโลกด้วย 

 

สิงคโปร์ และการค้าโลก

การนำเรือกลไฟมาใช้ขนส่งสินค้า ทำให้การขนส่งเร็วขึ้น และราคาถูกขึ้น เพราะมีความสามารถมากกว่าเรือพายนี่เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การค้าเติบโตในสิงคโปร์ การเปิดใช้คลองสุเอช มีผลต่อการค้าอย่างมาก เพราะช่วยให้การใช้เวลาเดินทาง เช่น จากยุโรป ไปเอเชีย ลดลงอย่างมาก ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสทางการค้าของสิงคโปร์มากขึ้น กิจกรรมทางการค้าที่สร้างผลประโยชน์ให้กับสิงคโปร์ได้แก่ สินค้าที่ผู้ค้านำเข้าและส่งออกสินค้าไม่ต้องเสียภาษี ผลประโยชน์ทางการค้าสำเร็จได้ด้วยการตั้งข้อกำหนดสินค้าและความสำคัญของสินค้า ตัวอย่างเช่น ความต้องการเครื่องเทศในยุโรปรวมกับสินค้าอื่นๆทำให้สิงคโปร์เป็นด่านสินค้าที่สำคัญ สิงคโปร์สร้างผลกำไรโดยติดราคาตลาดสูงกว่าราคาทุน ในปัจจุบันการค้าแบบนี้ถูกแทนที่โดยศุลกากรซึ่งเรียกเก็บภาษีจากสินค้าต่างๆ 

 

ระบบเศรษฐกิจ

สิงคโปร์มีลักษณะภูมิประเทศเป็นเกาะ มีพื้นที่น้อย รัฐบาลจีงต้องใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด และได้มีการถมทะเลเพื่อให้ได้พื้นที่เพิ่มมากขึ้น อาชีพหลักที่ทำรายได้ให้กับสิงคโปร์คือธุรกิจการค้าและอุตสาหกรรม สิงคโปร์เป็นเมืองท่าใหญ่อันดับ 4 ของโลก ในแต่ละปีจะมีเรือสินค้าผ่านเข้า – ออกท่าเรือไม่ต่ำกว่า 4000 ลำ สิงคโปร์มีโรงงานอุตสาหกรรมประมาณ 2400แห่ง โรงงานอุตสาหกรรมกลั่นน้ำมันเป็นโรงงานที่ทันสมัย และทันสมัยและใหญ่ที่สุดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผลิตผลจากโรงงานอุตสาหกรรม ได้แก่ อะลูมิเนียม, มะพร้าว, ยาง, เครื่องใช้ภายในบ้าน, เครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นต้น สิงคโปร์เป็นเมืองท่าปลอดภาษีคือม่มีการภาษีสินค้าฟุ่มเฟือยจึงทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวทำรายได้ให้กับประเทศอีกทางหนึ่ง สำหรับผลผลิตทางเกษตรนั้นไม่พอเพียงกับความต้องการของประชากรในประเทศ จึงต้องสั่งซื้อ อาหารจำพวกข้าว, ผัก ผลผลิต, เครื่องเทศจากต่างประเทศเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะจากประเทศไทย

 

สถานภาพทั่วไปทางด้านเศรษฐกิจ

สิงคโปร์เป็นประเทศเล็กๆ ทำให้มีทรัพยากรธรรมชาติไม่มากนัก แต่เศรษฐกิจของสิงคโปร์กลับเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง ด้วยความได้เปรียบเรื่องที่ตั้งของประเทศ ทำให้สิงคโปร์กลายเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้สิงคโปร์ยังเป็นเมืองท่าที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอีกด้วย และหากวัดจาก GDP สิงคโปร์คือประเทศที่รวยเป็นอันดับ 5 ของโลก

 

รายได้ประชากรต่อหัว

ประมาณ 54,776 ดอลลาร์สหรัฐฯ

 

อุตสาหกรรมหลักในประเทศ

อุตสาหกรรมที่สำคัญต่อเศรษฐกิจสิงคโปร์มากที่สุด ได้แก่ อุตสาหกรรมเคมี อิเล็กทรอนิกส์ การแพทย์และยา

 

สินค้านำเข้า ส่งออกอะไรเป็นหลัก

สินค้าส่งออก เครื่องจักร อะไหล่ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อาหาร เคมีภัณฑ์และยา เชื้อเพลิงและแร่

สินค้านำเข้า เครื่องจักรกลและอะไหล่ เชื้อเพลิงและแร่ เคมีภัณฑ์ อาหาร

 

สิงคโปร์ การศึกษา

สิงคโปร์ การศึกษา - จุดมุ่งหมายทางการศึกษาในระบบโรงเรียนของสิงคโปร์ เพื่อพัฒนาเยาวชนให้มีทักษะความรู้ความสามารถเพื่อการดำรงชีพ มีคุณธรรมจริยธรรม มีความรับผิดชอบและเป็นพลเมืองดี ของชาติ กระบวนการพัฒนาการศึกษามุ่งให้เด็กแต่ละคนสามารถพัฒนาศักยภาพให้ได้สูงสุด การศึกษาของสิงคโปร์ กำหนดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 10 ปี เป็นการศึกษาภาคบังคับ เพื่อให้เด็กทุกคนต้องอยู่ในระบบโรงเรียนอย่างต่ำ 10 ปี ก่อนออกไปสู่การทำงาน กล่าวคือ ประถมศึกษา 6 ปี และมัธยมศึกษา 4 ปี โดยเด็กต้องเข้าเรียนเมื่ออายุ 6 ปี ผู้ที่จะเข้าศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยจะต้องศึกษาขั้นเตรียมมหาวิทยาลัย อีก 2 ปี การศึกษาภาคบังคับของสิงคโปร์จะต้องเรียนรู้ 2 ภาษาควบคู่กันไป ได้แก่ ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก และเลือกเรียนภาษาแม่ (Mother Tongue) อีก 1 ภาษา คือ จีน (แมนดาริน) มาเลย์ หรือทมิฬ (อินเดีย)

 

  1. ก่อนประถมศึกษา หรือการศึกษาก่อนวัยเรียน ไม่เป็นการศึกษาภาคบังคับ แต่โดยทั่วไปผู้ปกครองได้ให้เด็กเข้ารับการศึกษาระดับนี้เพื่อเตรียมความพร้อม 1-3 ปี หรือ “Foundation Stage”

 

  1. ประถมศึกษา แบ่งออกเป็นประถมศึกษาตอนต้น 4 ปี (ประถม 1-4) และประถมศึกษาตอนปลาย 2 ปี (ประถม 5-6) หรือ “Orientation Stage” ชั้นประถมต้นจะเรียน 3 วิชาหลัก คือ ภาษาอังกฤษ ภาษาแม่ และคณิตศาสตร์ นอกจากนั้น จะมีวิชาดนตรี ศิลปหัตถกรรม หน้าที่พลเมือง สุขศึกษา สังคม และพลศึกษา แต่ในช่วงประถมปลาย นักเรียนจะถูกแยกออกเป็น 3 กลุ่มทางภาษา คือ EM 1. EM 2. และ EM 3. การแยกนักเรียนเข้ากลุ่มทางภาษานั้น ขึ้นอยู่กับความสามารถทางภาษาของแต่ละคน เมื่อจบประถมศึกษาตอนปลายแล้วเด็กทุกคนจะต้องผ่านการทดสอบระดับชาติ เรียกว่า PSLE (Primary School Leaving Examination) เพื่อศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาในสาขาต่างๆ ตามความสามารถและความถนัด

 

  1. มัธยมศึกษา แบ่งออกเป็น 3 หลักสูตร ใช้เวลาเรียน 4-5 ปี ตามความสามารถและความสำเร็จ หลักสูตรในระดับมัธยมศึกษา ได้แก่

 

3.1 หลักสูตรพิเศษ (Special Course)

3.2 หลักสูตรเร่งรัด (Express Course)

3.3 หลักสูตรปกติ (Normal Course)

 

การศึกษา หลังมัธยมศึกษา (Post Secondary Education)

 

  1. Junior Colleges/Centralized Institutes นักเรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาแล้วจะต้องสอบ GCE “O” level เพื่อเข้า “Junior Colleges” หลังสูตร 2 ปี ซึ่งเป็นหลักสูตรการศึกษาก่อนเข้ามหาวิทยาลัย (pre-university) หรือ Centralized Institutes หลักสูตร 3 ปี ก่อนเข้ามหาวิทยาลัย การเข้ารับการศึกษาขึ้นอยู่กับคะแนนผลการสอบ GCE “O” level โดยหลักสูตรพิเศษ และหลักสูตรเร่งรัดจะต้องผ่านประกาศนียบัตร GCB (General Certificate of Education) ในระดับ “O” Level ส่วนหลักสูตรปกติจะต้องผ่าน GCB “N” Level แต่ถ้าต้องศึกษาต่อในระดับเตรียมอุดมศึกษา ก็ต้องสอบให้ผ่าน GCB “O” Level เช่นเดียวกัน เมื่อจบแล้วจะต้องสอบ GCE “A” Level เพื่อนำผลคะแนนไปตัดสินการเข้าเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย

 

  1. Institute of Technical Education: ITE จัดฝึกอบรมการศึกษาทางเทคนิคและอาชีวศึกษาให้แก่ผู้สำเร็จมัธยมศึกษา เพื่อเตรียมตัวสำหรับทำงาน รวมทั้งจัดฝึกอบรมให้แก่ผู้ที่ทำงานแล้ว เพื่อพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานที่สนองตอบความต้องการด้านอุตสาหกรรม

 

  1. Polytechnics เป็นการจัดการศึกษาเพื่อผลิตกำลังคนด้านวิศวกรรมศาสตร์ บริหารธุรกิจการเงินการบัญชี การเดินเรือ พยาบาล เทคโนโลยีชีวภาพ วิทยาศาสตร์ประยุกต์ การออกแบบผลิตภัณฑ์ ฯลฯ วิทยาลัยเทคนิค ของสิงคโปร์มี 4 แห่งได้แก่

 

3.1. Singapore Polytechnic

3.2. Ngee Ann Polytechnic

3.3. Temasek Polytechnic และ

3.4. Nanyang Polytechnic

 

  1. มหาวิทยาลัย (Universities) สิงคโปร์มีมหาวิทยาลัย 3 แห่ง คือ

 

4.1. มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (National University of Singapore :NUS) จะให้การศึกษาครอบคลุมเกือบทุกสาขาวิชา ทั้งแพทยศาสตร์ ทันตแพทย์ กฎหมาย ศิลปะศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรม สถาปัตยกรรม และการบริหารธุรกิจ

4.2. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง (Nanyang Technological University : NTU) จะเน้นการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์สาขาต่างๆ รวมทั้งวิทยาศาสตร์ประยุกต์ และสาขาธุรกิจ และการบัญชี

4.3. มหาวิทยาลัยการจัดการแห่งสิงคโปร์ (Singapore Management University:SMU) จะเน้นเรื่องธุรกิจการจัดการ

การศึกษาของประเทศสิงคโปร์อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงศึกษาธิการสิงคโปร์ ที่นอกจากจะดูแลสถาบันการศึกษาของรัฐแล้ว ยังมีหน้าที่ให้คำปรึกษา และดูแลโรงเรียนเอกชนในสิงคโปร์

เหตุผลที่ทำให้ประเทศสิงคโปร์มีการศึกษาที่เต็มไปด้วยคุณภาพอันดับต้นๆ ของโลก จนติดอันดับ 1 ของการจัดอันดับโรงเรียนม.ปลายที่ดีที่สุดในโลก

1.การวางโครงสร้างของระบบการศึกษาที่ดี

การศึกษาขั้นพื้นฐานของสิงคโปร์นั้นใช้ระบบอังกฤษคือ Primary (6 ปี) > Secondary (4 ปี) >A Level >O Level การศึกษาภาคบังคับของสิงคโปร์คือ ถึงชั้น Primary 6 (เทียบเท่าชั้น ป. 6)

2.มีจุดเด่นได้แก่การเรียนสองภาษา

กล่าวคือในหลักสูตรการศึกษาในระดับประถม และมัธยมศึกษานั้นจะมีกำหนดให้เด็กนักเรียนศึกษาภาษาอังกฤษ และภาษาทางการของสิงคโปร์อีกหนึ่งภาษา (จีน มาเลย์ หรือทมิฬ)

3.มีการปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนให้นักเรียนได้เรียนเป็นภาษาอังกฤษ

ที่ประเทศสิงคโปร์มีการปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนให้นักเรียนได้เรียนเป็นภาษาอังกฤษ ตั้งแต่ระดับประถมตอนปลาย เพื่อสร้างความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษให้กับนักเรียน

4.รัฐให้ความช่วยเหลือเด็กนักเรียนจากครอบครัวที่มีรายได้ต่ำ

  1. ค่าเล่าเรียน ค่าหนังสือเรียน ค่าชุดนักเรียน ฟรี สำหรับโรงเรียนของรัฐ ให้แก่:

-เด็กนักเรียนในครอบครัวที่มีเด็ก 1-2 คน และมีรายได้รวมไม่เกิน $1,500 ต่อเดือน

-เด็กนักเรียนในครอบครัวที่มีเด็ก 3 คนหรือมากกว่า และมีรายได้รวมไม่เกิน $1,800 ต่อเดือน

  1. ให้เงินอุดหนุนสำหรับเด็กนักเรียนจากครอบครัวที่มีรายได้ต่ำ และปานกลาง ที่ศึกษาใน โรงเรียนมัธยมอิสระต่างๆ (ปริมาณของเงินอุดหนุนขึ้นอยู่กับฐานรายได้ของครอบครัว)

5.รัฐสนับสนุนหลักสูตร Special Education Schools

ในแต่ละปี รัฐบาลสิงคโปร์จะจัดสรรงบประมาณประมาณ 2 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์เพื่อจัดทำหลักสูตร และสถาบันการศึกษาในลักษณะ Special Education Schools สำหรับเด็ก และเยาวชนสิงคโปร์เพื่อการสร้างโอกาสด้านการศึกษาที่เท่าเทียมกัน

6.หลักสูตรการเรียนในระดับประถมและมัธยมศึกษาของสิงคโปร์เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ

ปัจจุบันสิงคโปร์มีอิทธิพลด้านการศึกษาในระดับโลก เนื่องจากปัจจุบัน โรงเรียนต่างๆ ในสหรัฐอเมริกา ไทย อินโดนีเซีย ฮ่องกง อินเดีย และบางประเทศในแอฟริกา เลือกใช้หนังสือเรียน และหลักสูตรการเรียนของสิงคโปร์ในระดับประถม และมัธยมศึกษา โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์

ซึ่งล่าสุดรัฐมนตรีว่าการศึกษาสิงคโปร์ได้ลงนามในบันทึกความตกลงร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อต่อยอดความร่วมมือในด้านการศึกษา ซึ่งทั้งสองประเทศมีความร่วมมือระหว่างกัน

 

สำหรับผู้ที่รู้จัก ufabet.win ผ่านทาง google รับโปรพิเศษใหม่ๆได้เลย สามารถสอบถามไปยังไลน์ที่ขึ้นอยู่หน้าเว็บ แล้วคุณจะได้คำปรึกษาและคำแนะนำกับทางระบบอย่างละเอียด สมัครได้แล้วง่ายๆ เพียงแค่กดสมัครเข้าไลน์แอด ง่ายๆเพียงกดไลน์แอด ก็เข้าเป็นสมาชิกได้แล้ว

 

วิธีการสมัคร

สามารถสมัครได้สามช่องทาง ตลอด 24 ชม.

ผ่านทาง Callcenter 099-456-6166

ผ่านทาง line id : @WIN666

สมัครผ่านเว็บหลัก sagame1688

สิงคโปร์ การแต่งกาย

สิงคโปร์ การแต่งกาย - ชาวสิงคโปร์ส่วนใหญ่ แต่งกายแบบชาวตะวันตก แต่ก็มีบางส่วนที่ยังคงแต่งกาย ตามเชื้อชาติของตน ประเทศสิงคโปร์ มีอากาศแบบร้อนชื้นตลอดทั้งปี คนส่วนใหญ่ ใส่เสื้อผ้าแบบสบายๆ ทำจากเส้นใยธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้าย มากกว่าใส่เสื้อขนสัตว์ เดินไปมาข้างนอกบ้าน แต่บางสถานที่ เช่น ร้านอาหารและในคลับอาจจะต้องแต่งตัว เป็นแบบทางการ ดังนั้นควรตรวจสอบ กับสถานที่หรืองานนั้นๆ ก่อนซึ่งอาจจะ มีกฎระเบียบเกี่ยวกับการแต่งกาย เช่น ห้ามสวมกางเกงขาสั้น และรองเท้าแตะในห้องบรรยาย เป็นต้น

สิงคโปร์ การแต่งกาย สิงคโปร ไม่มีชุดประจำชาติเป็นของตนเอง เนื่องจากประเทศสิงคโปร์ แบ่งออกเป็น 4 เชื้อชาติหลัก ได้แก่ จีน มาเลย์ อินเดีย และชาวยุโรป ซึ่งแต่ละเชื้อชาติก็มีชุดประจำชาติ เป็นของตนเอง เช่น ผู้หญิงมลายู ในสิงคโปร์ จะใส่ชุดเกบาย่า (Kebaya) ตัวเสื้อจะมีสีสันสดใส ปักฉลุเป็นลายลูกไม้ หากเป็นชาวจีน ก็จะสวมเสื้อ แขนขาว คอจีน เสื้อผ้าซ่อนกระดุม สวมกางเกงขายาว โดยเสื้อจะใช้ผ้าสีเรียบ หรือผ้าแพรจีนก็ได้้

หญิง 

เสื้อและผ้าถุง ตัดเย็บด้วยผ้าพิมพ์ลาย ปาเต๊ะสีสันสดใส คอกลมกว้าง แขนเสื้อยาวสามส่วน 

ชาย 

สวมเสื้อแขนยาว คอจีน เสื้อผ้าหน้าซ่อนกระดุม สวมกางเกงขายาว โดยเสื้อจะใช้ผ้าสีเรียบหรือผ้าแพรจีนก็ได้

ประเทศสิงคโปร์ มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐสิงคโปร์ เป็นนครรัฐสมัยใหม่ และเป็นประเทศที่เป็นเกาะขนาดเล็กที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่นอกปลายทิศใต้ของคาบสมุทรมลายู และอยู่เหนือเส้นศูนย์สูตร 137 กิโลเมตร ดินแดนของประเทศประกอบ ด้วยเกาะหลักรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ซึ่งมักเรียกว่าเกาะสิงคโปร์ในภาษาอังกฤษ และเกาะอูจง (Pulau Ujong) ในภาษามลายู และเกาะ ที่เล็กกว่ามากอีกกว่า 60 เกาะ ประเทศสิงคโปร์แยก จากคาบสมุทรมลายูโดยช่องแคบยะโฮร์ทางทิศเหนือ และจากหมู่เกาะเรียว ของประเทศอินโดนีเซียโดยช่องแคบสิงคโปร์ ทางทิศใต้ ประเทศมีลักษณะแบบเมือง อย่างสูง และคงเหลือพืชพรรณดั้งเดิม เล็กน้อย ดินแดนของประเทศขยายอย่างต่อเนื่อง โดยการแปรสภาพที่ดิน

หมู่เกาะมีการตั้งถิ่นฐานในคริสต์ศตวรรษที่ 2 และต่อมาเป็นของจักรวรรดิท้องถิ่นต่าง ๆ สิงคโปร์สมัยใหม่ก่อตั้งใน ค.ศ. 1819 โดยเซอร์สแตมฟอร์ด รัฟเฟิลส์ (Stamford Raffles) เป็นสถานีการค้าของบริษัทอินเดียตะวันออกโดยการอนุญาตจากรัฐสุลต่านยะโฮร์ อังกฤษได้อธิปไตยเหนือเกาะใน ค.ศ. 1824 และสิงคโปร์กลายเป็นหนึ่งในนิคมช่องแคบอังกฤษใน ค.ศ. 1826 หลังถูกญี่ปุ่นยึดครองระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง สิงคโปร์ได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักรใน ค.ศ. 1963 และเข้าร่วมกับอดีตดินแดนของอังกฤษอื่นเพื่อตั้งประเทศมาเลเซีย แต่ถูกขับอีกสองปีต่อมาผ่านพระราชบัญญัติโดยเอกฉันท์ นับแต่นั้น ประเทศสิงคโปร์พัฒนาอย่างรวดเร็ว จนได้รับการรับรองว่าเป็นหนึ่งในสี่เสือแห่งเอเชีย

ประเทศสิงคโปร์ เป็นศูนย์กลางพาณิชย์สำคัญ ของโลกแห่งหนึ่ง โดยเป็นศูนย์กลางการเงินใหญ่สุด เป็นอันดับสี่และเป็นหนึ่ง ในห้าท่าที่วุ่นวายที่สุด เศรษฐกิจซึ่งเป็นโลกาภิวัฒน์ และมีความหลากหลายอาศัยการค้า เป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลิต ซึ่งคิดเป็นประมาณ 30% ของจีดีพีของสิงคโปร์ในปี พ.ศ. 2556 ในแง่ความเท่าเทียมกันของอำนาจซื้อ ประเทศสิงคโปร์มีรายได้ ต่อหัวสูงสุดเป็นอันดับสามของโลก แต่มีความเหลื่อมล้ำของรายได้รุนแรงที่สุดในหมู่ประเทศพัฒนาแล้ว ประเทศสิงคโปร์ ได้รับการจัดอันดับสูงในแง่การศึกษา สาธารณสุขและความสามารถการแข่งขัน ทางเศรษฐกิจ เมื่อปลายเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2557 มีประชากรอาศัยอยู่ใน ประเทศสิงคโปร์เกือบ 5.5 ล้านคน ซึ่งกว่า 2 ล้านคนมีสัญชาติต่างชาติ แม้สิงคโปร์ จะมีความหลากหลาย แต่เชื้อชาติเอเชียมีมากที่สุด 75% ของประชากรเป็นชาวจีน โดยมีชนกลุ่มน้อยที่สำคัญ เช่น ชาวมลายู ชาวอินเดีย และชาวยูเรเชีย มีภาษาราชการสี่ภาษา คือ ภาษาอังกฤษ ภาษามลายู ภาษาจีนกลาง และภาษาทมิฬ และประเทศสนับสนุน พหุวัฒนธรรมนิยม ผ่านนโยบายทางการต่าง ๆอีกด้วย

ประเทศสิงคโปร์ เป็นสาธารณรัฐ ระบบรัฐสภา รัฐเดี่ยว และใช้ระบบหลาย พรรคการเมือง โดยมีการปกครองสภาเดี่ยวระบบเวสต์มินสเตอร์ พรรคกิจประชาชนชนะการเลือกตั้งทุกครั้ง นับแต่เริ่มการปกครองตนเองในปี พ.ศ. 2502 ภาวะครอบงำของพรรคกิจประชาชน ประกอบกับระดับเสรีภาพสื่อต่ำ และการปราบปรามเสรีภาพพลเมืองและสิทธิการเมืองนำให้ประเทศสิงคโปร์ ถูกจัดเป็นประชาธิปไตยไม่สมบูรณ์ (flawed democracy) ประเทศสิงคโปร์เป็นหนึ่ง ในห้าสมาชิกผู้ก่อตั้งสมาคม ประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ยังเป็นที่ตั้งของสำนักเลขาธิการ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ เอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) และสมาชิกการประชุม สุดยอดเอเชียตะวันออก ขบวนการไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด และเครือจักรภพแห่งประชาชาติ การพัฒนาอย่างรวดเร็วของประเทศสิงคโปร์ นำให้มันมีอิทธิพล อย่างสำคัญในกิจการโลก นำให้นักวิเคราะห์ บางส่วนระบุว่าเป็นอำนาจ ปานกลาง (middle power)

สิงคโปร์ ศาสนา

 

สิงคโปร์ ศาสนา - ศาสนาในประเทศสิงคโปร์ มีความโดดเด่นด้านความหลากหลาย จากการอาศัยอยู่ร่วมกันแบบสังคมพหุลักษณ์ กล่าวกันว่าประเทศสิงคโปร์คือ "หม้อหลอม" ของที่รวมศาสนาต่าง ๆ ที่มีอยู่ทั่วโลก ปัจจุบันคนส่วนใหญ่ในสิงคโปร์เป็นผู้นับถือศาสนา องค์กรศาสนานานาชาติสิงคโปร์ (Inter-Religious Organisation, Singapore) ได้ให้การรับรองศาสนา 10 ศาสนา 

ศาสนาที่ประชาชนนับถือ

สิงคโปร์ ศาสนา มีทั้งศาสนาพุทธ, ขงจื้อ, เต๋า, อิสลาม, คริสเตียน และฮินดู ไม่มีศาสนาประจำชาติของสิงคโปร์ อย่างไรก็ตาม ผู้คนในสิงคโปร์มีอิสระในการนับถือศาสนาที่กลาวมาแล้ว ก็ยังมีศาสนาอื่นๆ ที่เป็นกลุ่มเล็กอีกด้วย ได้แก่ ซิกซ์, ยิว ในบรรดาตึกเก่า ๆ ในสิงคโปร์ก็จะรวมไปถึง สุเหล่า, โบสถ์ และวัดต่าง ๆ ด้วย

ในปี 1990 มีการเก็บสถิตปรากฎว่า ประชากรที่อายุ 10 ปีขึ้นไปจะนับถือศาสนาพุทธและเต๋ามาก โดยในจำนวนนี้จะเป็นคนจีนเสียส่วนใหญ่ และอาจมีการผสมผสานในความเชื่อของศาสนา แต่ละแห่งเข้าไปด้วย มีประมาณ 15 เปอร์เซนต์นับถือศาสนาอิสลาม 13 เปอร์เซนต์นับถือศาสนาคริสต์เตียน และ 4 เปอร์เซนต์นับถือศาสนาฮินดู ซึ่งในจำนวนนี้เกือบทั้งหมดเป็นชาวอินเดีย

วัฒนธรรมของสิงคโปร์

ประชากรสิงคโปร์มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ อีกทั้งส่วนใหญ่ยังยึดถือธรรมเนียมปฏิบัติดั้งเดิม ทำให้สิงคโปร์มีวัฒนธรรมหลากหลาย ทั้งทางด้านอาหาร การแต่งกาย ตลอดจนการเซ่นไหว้วิญญาณบรรพบุรุษ และความเชื่อในเรื่องเทพเจ้าที่แตกต่างกันไป ชาวจีนส่วนมากบูชาเจ้าแม่กวนอิมธิดาแห่งความสุข กวนอูเทพเจ้าแห่งความยุติธรรม รวมถึงเทพเจ้าจีนองค์อื่นๆ ขณะที่ชาวฮินดูบูชา เทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์ เป็นต้น

เทศกาลสำคัญของสิงคโปร์ ส่วนมากมีความเกี่ยวข้องกับความเชื่อทางศาสนา เริ่มตั้งแต่เทศกาลตรุษจีน (Chinese New Year) ในเดือนกุมภาพันธ์ ชาวสิงคโปร์เชื้อสายจีนจะจัดงานเซ่นไหว้เทพเจ้าและงานรื่นเริงสนุกสนานอื่นๆ โดยรัฐบาล ห้างร้าน และบริษัทต่างๆ จะหยุดทำการเป็นเวลา 2 วัน แต่บางแห่งอาจหยุดนานถึง 15 วัน เทศกาล Good Friday ของชาวคริสต์ในเดือนเมษายน จัดขึ้นเพื่อระลึกถึงการสละชีวิตของพระเยซูบนไม้กางเขน เทศกาลวิสาขบูชา (Vesak Day) ของ ชาวพุทธจัดขึ้นในเดือนพฤษภาคม เพื่อระลึกถึงการประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระพุทธเจ้า เทศกาล Hari Raya Puasa ในเดือนตุลาคม เป็นการเฉลิมฉลองของชาวมุสลิมหลังการสิ้นสุดพิธีถือศีลอดหรือรอมฏอน (Ramadan) และเทศกาล Deepavali ในเดือนพฤศจิกายน เป็นเทศกาลแห่งแสงสว่างและเป็นงานขึ้นปีใหม่ของชาวฮินดูในสิงคโปร์

เชื้อชาติที่ผสมผสานอย่างลงตัว

คุณภาพชีวิตที่ดีสิงคโปร์ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีคนจากหลากหลายเชื้อชาติ เช่น จีน มาเลย์ อินเดีย และลูกครึ่งระหว่างชาวเอเชียและชาวยุโรปมาอยู่ร่วมกันอย่างสงบและไม่มีปัญหาขัดแย้งเรื่องชนชาติระหว่างกัน โดยที่ทุกเชื้อชาติยังดำรงไว้ซึ่งวิถีการดำเนินชีวิต ประเพณีและวัฒนธรรมของตนไว้อย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ ในสิงคโปร์ยังมีผู้เชี่ยวชาญจากต่างชาติมากถึง 90,000 คน ที่เข้ามาอยู่อาศัยและทำงานซึ่งคนเหล่านี้ได้เข้ามาเผยแพร่ขนบธรรมเนียมและแลกเปลี่ยนแนวความคิดกับคนในประเทศ นับเป็นการเพิ่มสีสันให้กับชาวสิงคโปร์

นักเรียนที่เข้ามาศึกษาในสิงคโปร์สามารถมั่นใจในมาตรฐานการดำรงชีวิตของสิงคโปร์ได้ ดูได้จากผลการสำรวจของหนังสือ The Economist ฉบับเดือนมีนาคม ค.ศ. 2002 กล่าวว่าคุณภาพชีวิตของชาวสิงคโปร์เทียบเท่ากับชาวเมืองลอนดอนและชาวเมืองนิวยอร์ค โดยได้นำ 39 ปัจจัย เช่น ความมั่นคงทางการเมือง เสรีภาพของประชาชน มลภาวะทางอากาศ คุณภาพชีวิต โรงเรียน ร้านอาหารและโรงภาพยนตร์มาเป็นดัชนีวัดในการสำรวจครั้งนี้

ความปลอดภัย

ในปัจจุบันนี้นักท่องเที่ยวจากที่ต่างๆทั่วโลกมีความกังวลในเรื่องความปลอดภัยระหว่างเดินทางมากกว่าเมื่อก่อนมาก การท่องเที่ยวสิงคโปร์จึงต้องการให้นักท่องเที่ยวเหล่านั้นมั่นใจว่าสถานการณ์ในประเทศสิงคโปร์สงบสุขและมีเสถียรภาพรัฐบาลสิงคโปร์จะทำทุกอย่างเพื่อให้มั่นใจว่าสิงคโปร์จะมีความปลอดภัย โดยการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานที่สำคัญๆ นอกจากนี้รัฐบาลยังมั่นใจว่าจะไม่มีความรุนแรงที่เกิดจากความแตกต่างทางเชื้อชาติหรือศาสนาในสิงคโปร์ และจะต่อต้านผู้ที่ใช้ความรุนแรงและผู้ก่อการร้ายให้ถึงที่สุดตัวอย่างการปฏิบัติการที่รวดเร็วและตรงเป้าหมายของกรมการป้องกันประเทศของสิงคโปร์ หรือ Singapore Internal Security Department ได้แก่ การจับกุมผู้ก่อการร้าย 15 คน ในเดือนมกราคม 2002

การแต่งกาย

ส่วนใหญ่เป็นแบบชาวตะวันตกโดยทั่วไปมีบางส่วนที่ยังคงแต่งกายตามเชื้อชาติ การแต่งกายสิงคโปร์เป็นประเทศเกาะเขตร้อนที่ตั้งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร อากาศจึงเป็นแบบร้อนชื้นตลอดทั้งปี คุณสามารถเก็บเสื้อขนสัตว์ไว้ที่บ้านเลยแล้วแพ็คเสื้อผ้าสีสันสดใสสำหรับหน้าร้อนไปแทน เสื้อผ้าแบบสบายๆสามารถใส่ได้ทุกที่ทุกโอกาส แต่บางสถานที่เช่น ร้านอาหารและคลับอาจต้องแต่ตัวแบบเป็นทางการ ดังนั้นควรตรวจสอบกับสถานที่หรืองานนั้นๆก่อนสถานศึกษาบางแห่งอาจมีกฎระเบียบเกี่ยวกับการแต่งกาย เช่น ห้ามสวมกางเกงขาสั้นและรองเท้าแตะในห้องบรรยาย นักเรียนระดับประถม มัธยมและจูเนียร์คอลเลจจะสวมเครื่องแบบชุดนักเรียนสถานที่ในร่มส่วนใหญ่จะติดเครื่องปรับอากาศเพื่อคลายความร้อน ดังนั้นหากต้องอยู่ในที่แห่งนั้นนานๆอาจรู้สึกหนาวจึงควรเตรียมเสื้อไหมพรมอุ่นๆหรือแจ็กเกตไว้ด้วย

การสูบบุหรี่

สิงคโปร์ห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ เช่น รถโดยสารสาธารณะ พิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด ลิฟท์ โรงละคร โรงภาพยนตร์ ร้านอาหารติดเครื่องปรับอากาศ ร้านเสริมสวย ซูเปอร์มาร์เก็ต ห้างสรรพสินค้า และสถานที่ราชการหากฝ่าฝืนจะโดนปรับ 1,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ทั้งนี้มีการอนุญาตให้สูบบุหรี่ในสถานที่ติดเครื่องปรับอากาศบางแห่ง เช่น ผับ ดิสโกเธค คาราโอเกะ และสถานบันเทิงยามราตรี

การถ่มน้ำลาย

ห้ามถ่มน้ำลายในที่สาธารณะ

การให้ทิป

ไม่จำเป็นต้องให้ทิปเนื่องจากโรงแรมและร้านอาหารส่วนใหญ่จะรวมค่าบริการ 10% ในใบเสร็จเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นการให้ทิปจึงไม่เป็นที่นิยมในสิงคโปร์และเป็นสิ่งต้องห้ามในบริเวณสนามบิน

 

สิงคโปร์ 2019

 

สิงคโปร์ 2019 - ประเทศสิงคโปร์(Singapore) เป็นอีกหนึ่งประเทศฮิตอันดับต้นๆของคนไทยในการเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ เพราะไปได้ง่าย ค่าตั๋วเครื่องบินไม่สูง และใช้เวลาเที่ยวเพียงไม่กี่วันก็เที่ยวเกือบครบทุกสถานที่ฮิตๆแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวของประเทศสิงคโปร์มีความหลากหลายค่อนข้างมาก ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ความเจริญก้าวหน้า รวมถึงย่านช้อปปิ้งที่มีสีสันต่างๆของเมืองด้วย เราไปดูกันเลยดีกว่าว่าจะประเทศสิงคโปร์จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง

 

รูปปั้นสิงโตพ่นน้ำ Merlion

สิงโตพ่นน้ำเมอร์ไลอ้อนเป็นสัญญลักษณ์ของประเทศสิงคโปร์ที่ไม่มีใครไม่รู้จัก ปัจจุบันนี้ตั้งอยู่อยู่ทะเลอ่าวมารีน่า(Marina Bay) เป็นหนึ่งในจุดท่องเที่ยวที่มีผู้คนเดินทางไปเยือนมากที่สุดของประเทศสิงคโปร์ และยังเป็นจุดชมการแสดง แสงสีเสียงเลเซอร์ที่ชื่อว่า Wonder Full Show ของอ่าวมารีน่าเบย์ด้วย ไปเที่ยวสิงคโปร์ทั้งทีก็คงต้องไปถ่ายรูปกับสัญญลักษณ์ของประเทศเขาเป็นที่ระลึกซะหน่อยใช่มั้ยล่ะ

 

น้ำพุแห่งโชคลาภและความมั่งคั่ง fountain of wealth

น้ำพุแห่งโชคลาภหรือน้ำพุแห่งความมั่งคั่ง(Fountain of Wealth) ที่กลุ่มอาคารซันเทค ซิตี้(Suntec city)ของประเทศสิงคโปร์ เป็นกลุ่มอาคารที่ว่ากันว่าออกแบบตามหลักฮวงจุ้ยทุกประการ จนเชื่อกันว่าเป็นจุดที่มีฮวงจุ้มดีที่สุดในโลก และที่ตรงกลางของกลุ่มอาคารนี้เอง ที่เป็นสถานที่ตั้งของน้ำพุแห่งโชคลาภ(Fountain of Wealth) ซึ่งก็เชื่อกันว่าเป็นจุดศูนย์รวมของพลังงานด้านบวกตามหลักฮวงจุ้ย ที่ดึงดูดผู้คนที่มีความศรัทธาทางศาสตร์นี้ให้เดินทางมารับพลังกันถ้วนๆหน้า

 

สะพานเดินชมวิวลอยฟ้า เฮนเดอร์สัน เวฟ Henderson Waves Bridge

เป็นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ที่ลัดเลาะไปตามป่าของภูเขาเฟเบอร์ (Faber Mount) เป็นระยะทางถึง 10 กิโลเมตร มีไฮไลท์เป็นสะพานรูปเกลียวคลื่น เฮนเดอร์สัน เวฟ(Henderson Waves Bridge)ที่สวยงาม เป็นสะพานคนเดินที่สูงที่สุดของประเทศสิงคโปร์ ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทาง ธรรมชาติที่จะทำให้คุณได้เที่ยวในอีกมุมมองหนึ่งนอกจากความเป็นเมืองที่ทันสมัย

เข้าชมฟรี

 

สวนสนุกระดับโลก Universal Studio

สวนสนุกที่เปิดสาขาไป ทั่วโลก โดยเปิดแห่งแรก ที่สหรัฐอเมริกา และได้ทยอยเปิดตามประเทศ ต่างๆ รวมถึงที่สิงคโปร์ด้วย ภายในสวนสนุก จะมีเครื่องเล่นและโชว์ต่างๆ ที่มาในธีมของภาพยนตร์แอนิเมชั่น ชื่อดังหลายเรื่อง เช่น ทรานสฟอร์มเมอร์ TRANSFORMERS, จูลาสสิคปาร์ค Jurassic Park, มาดากัสก้า Madagascar, เซซามี่ สตรีท Sesame Street และเรื่องอื่นๆ ซึ่งทำให้เราได้ผจญภัย บนเครื่องเล่นต่างๆที่มีธีม ของหนังแอนิเมชั่นจนรู้สึกเหมือนเข้าไปอยู่ในฉากของหนังจริงๆ

 

สวนกล้วยไม้แห่งชาติ National Orchid Garden

โดยจะตั้งอยุ่ภายในสวนพฤษศาสตร์ สิงคโปร์ (Singapore Botanic Garden) ซึ่งเป็นหนึ่งในสวนสาธารณะ ขนาดใหญ่ของประเทศสิงคโปร์ ที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก อยู่ห่างจากย่านช้อปปิ้ง ถนนออชาร์ด(Orchard Road)ไม่ถึง 2 กิโลเมตร เป็นสวนที่เพิ่งได้รับการขึ้นทะเบียน เป็นมรดกโลกจาก UNESCO ซึ่งเป็นแห่งแรกของประเทศสิงคโปร์ ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาดกว่า 500 ไร่ ภายในได้รับการจัดส่วนแบ่งเป็นโซนต่างๆ หลายสิบโซนที่แตกต่างกัน มีโซนที่มีชื่อเสียงมากๆ คือ สวนกล้วยไม้แห่งชาติ(National Orchid Garden) ที่มีกล้วยไม้จัดแสดงอยู่มากถึง 60,000 ต้น จากกว่า 1,000 สายพันธ์, สวนพืชมีหน่อ(Ginger Garden) ทะเลสาบหงส์(Swan Lake) และ สวนสนุกที่สอดแทรกการเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติไว้ด้วย

 

วัดพระธาตุเขี้ยวแก้ว หรือ Buddha Tooth Relic Temple แห่งย่านไชน่าทาวน์

หรือที่คนไทยเรียกกันว่า วัดเขี้ยวแก้ว เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนาของประเทศสิงคโปร์ที่ไม่ควรพลาด เพราะเป็นวัดทางศาสนาพุทธที่สำคัญวัดหนึ่งของชาวสิงคโปร์ อยู่ใกล้กับย่านไชน่าทาวน์(Chinatown) ที่นอกจากจะมีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่สวยงามแล้ว ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอื่นๆภายในวัดนี้อีกมาก

 

วัดศรีวีรมากาลีอัมมัน(Sri Veerama Kaliamman Temple)

วัดที่เก่าแก่ที่สุดวัดหนึ่งของศาสนาฮินดู และยังเป็นวัดฮิตของนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศด้วย สังเกตได้จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าไปภายในวัดจะมีมากกว่าวัดฮินดูอื่นๆ มีซุ้มประตูและกำแพงวัดที่วิจิตรงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศสิงคโปร์ ตั้งอยู่ใจกลางของย่านลิตเติ้ลอินเดีย(Little India) สร้างขึ้นเพื่อสักการะบูชาพระแม่กาลีตั้งแต่ปี 1855

 

สวนสัตว์สิงคโปร์ Singapore Zoo

ไม่น่าเชื่อว่าประเทศที่เป็นเกาะเล็กๆอย่างสิงคโปร์จะสามารถสร้างสวนสัตว์ป่าดิบชื้นได้ออกมาได้น่าประทับใจ ภายในสวนสัตว์ได้รับการออกแบบและบริหารจัดการได้ดี สวยงาม เป็นธรรมชาติ สะอาด และสัตว์ต่างๆก็ดูเหมือนกับได้รับการดูแลอย่างดี ในพื้นที่อาศัยที่ค่อนข้างกว้าง สำหรับครอบครัวหรือคนที่ชื่นชอบสวนสัตว์ห้ามพลาดมาที่นี่เลย ถึงแม้ว่าสัตว์ส่วนใหญ่จะไม่ได้แตกต่างจากสวนสัตว์บ้านเรามากนัก แต่การจัดการและการออกแบบที่ดีทำให้ที่นี่ดูน่าสนใจ และสนุกสนานกว่า

 

ตลาดและถนนคนเดินย่าน Little India

ย่านลิตเติ้ลอินเดีย(Little India)เป็นย่านที่อาจจะเรียกได้ว่ามีสีสันทางได้วัฒนธรรมมากที่สุดของประเทศสิงคโปร์ มีถนนคนเดินที่คึกคัก มีตึกและอาคารที่ทาสีสันสดใสตลอดทาง มีร้านค้าต่างๆที่ขายสินค้ามากมายหลากหลายประเภท ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าตามวัฒนธรรมอินเดีย ในบางแห่งจะเหมือนกับกำลังเดินอยู่ที่ประเทศอินเดียเลย มีวัดแขกที่มีชื่อเสียงหลายแห่งในบริเวณ เป็นอีกหนึ่งสีสันของประเทศสิงคโปร์ที่คุณไม่ควรพลาด

เดินชมร้านค้าต่างๆได้ฟรี

 

เกาะแห่งสวนสนุก เซนโตซ่า Sentosa

เป็นเกาะเล็กๆทางตอนใต้ของประเทศสิงคโปร์เดินทางได้สะดวกเพราะมีการเชื่อมต่อกับเกาะหลักด้วยถนน, รถราง และเรือ บนเกาะจะอัดแน่นไปด้วยสวนสนุก เครื่องเล่น และพิพิธภัณท์ต่างๆมากมาย ที่มีชื่อเสียงเช่น สวนสนุกระดับโลก Universal Studio Singapore, พิพิธภัณท์สัตว์น้ำ Underwater World Aquarium, ป้อมปราบการเก่า Fort Siloso, S.E.A Aquarium, Sentosa Merlion และชายหาดสีขาวสะอาดและน้ำทะเลใสๆเป็นแนวยาว

เสียค่าขึ้นรถรางเข้าเกาะ ไป-กลับ S$4 dollars

 

แหล่งช้อปปิ้งเลิศหรู อลังการระดับโลกที่ถนน Orchard Road

ถนนออชาร์ดเป็นย่านช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศสิงคโปร์ยาวประมาณ 2 กิโลเมตร ที่ทั้ง 2 ฝั่งของถนนจะเต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆมากมาย ที่มีขายสินค้าจากแบรนด์เนมแถบจะทุกอย่าง ตั้งแต่แบรนด์ทั่วๆไปจนถึงแบรนดเนมหรูๆทั่วโลก เป็นหนึ่งในย่านช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงระดับโลก

 

ย่านสีสันริมแม่น้ำยามค่ำคืนที่ Clarke Quay

ย่าน Clarke Quay เป็นย่านท่าเรือโกดังและท่าเรือเก่าอยู่แม่น้ำสิงคโปร์ ที่ปัจจุบันได้กลายมาเป็นย่านชิวเอ้าท์ยามค่ำคืนของคนสิงคโปร์และชาวต่างชาติไปแล้ว พอตกค่ำย่านริมน้ำนี้จะเปิดไฟสีสันสดใส มีร้านอาหารประเภทต่างๆมากมาย ส่วนใหญ่จะเป็นร้านนั่งเล่น กินลม ดื่มอะไรเบาๆไปชิลๆ หรือจะเข้าผับแด๊นซ์กระจายก็มีเช่นกัน เรียกว่าเป็นย่านที่คึกคักมากที่สุดย่านหนึ่งในตอนกลางคืนเลยทีเดียว

 

ตลาดและถนนคนเดินย่าน Chinatown

เนื่องจากประเทศสิงคโปร์ ประกอบด้วยคนเชื่อสายจีนมากถึง 75% ของประเทศทำให้ไชน่าทาวน์ ของประเทศสิงคโปร์ก็มีขนาดใหญ่ และอลังการไม่แพ้ประเทศอื่นๆ โดยมีบรรยากาศเป็นบ้านเรือนสไตล์โคโรเนียลที่ต่างก็ทาสีสันสดใส อย่างกับเดินอยู่ในภาพยนตร์ เรื่องเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ ส่วนใหญ่จะเป็นร้านค้าเล็กๆ ขายของที่ระลึก ของฝากต่างๆ และสินค้าที่เกี่ยวข้อง กับความเป็นคนจีน เช่น ชา พัด ภาพวาด และหมูแผ่น ที่เป็นของฝากชื่อดังของย่านนี้ด้วย

 

สวนริมทะเลสุดอลังการ Garden by the Bay

เป็นอีกหนึ่งผลงานความสร้างสรรค์ของชาวสิงคโปร์ ที่แสดงถึงความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีทั้งการออกแบบและการก่อสร้าง กลายเป็นสวนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสวนหนึ่งของโลก ได้รับรางวัลมากมายจากทั่วโลก มีสัญญลักษณ์เป็นต้นไม้จำลองขนาดยักษ์ที่เรียกว่า Supertree และโดมแก้วเรือนกระจก ขนาดใหญ่ที่สุด ในโลกอีก 2 โดม ภายในนั้น ได้มีการจำลองสภาพอากาศ แบบต่างๆของต้นไม้ หนึ่งในนั้นคือป่าดิบชื้นที่มีการ สร้างน้ำตกจำลองในร่มที่สูงที่สุดในโลกด้วย เรียกว่าเป็นสวนที่มีความเป็นที่สุด ของโลกรวมกันอยู่เยอะจริงๆ

ค่าเข้าชมสวนเกือบทุกโซนจะฟรี ยกเว้นโดมเรือนกระจก ผู้ใหญ่ S$28 dollars / เด็ก S$15 dollars